วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

สถาปัตยกรรมไทย (Thai Architecture)

สถาปัตยกรรมไทย หมายถึงศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ อาคาร  บ้านเรือน  โบสถ์  วิหาร  วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ   ที่มีมูลเหตุที่มาของการก่อสร้าง  การก่อสร้างอาคารบ้านเรือนในแต่ละท้องถิ่น จะมีลักษณะผิดแผกแตกต่างกันไปบ้าง ตามสภาพทาง ภูมิศาสตร์ และคตินิยมของแต่ละท้องถิ่น  แต่สิ่งก่อสร้างทางศาสนา
พุทธมักจะมีลักษณะที่ไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะมีความเชื่อความศรัทธาและแบบแผนพิธีกรรมที่เหมือน ๆ กัน สถาปัตยกรรมที่มันนิยมนำมาเป็นข้อศึกษา มักเป็น  สถูป   เจดีย์   โบสถ์   วิหาร หรือ พระราชวัง  เนื่องจากเป็นสิ่งก่อสร้างที่คงทน มีการพัฒนารูปแบบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน  และได้รับการสรรค์สร้างจากช่างฝีมือที่
เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งมีความเป็นมาที่สำคัญควรแก่การศึกษา    อีกประ การหนึ่งก็คือ สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ล้วนมีความทนทาน  มีอายุยาวนานปรากฎเป็นอนุสรณ์ให้เราได้ศึกษาเป็นอย่างดี      สถาปัตยกรรมไทยสามารถจัดหมวดหมู่ ตามลักษณะการใช้งานได้   2   ประเภท  คือ




1. สถาปัตยกรรมที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย   ได้แก่  บ้านเรือน  ตำหนัก  วังและพระราชวัง เป็นต้น บ้านหรือเรือนเป็นที่อยู่อาศัยของสามัญชน ธรรมดาทั่วไป ซึ่งมีทั้งเรือนไม้ และเรือนปูน  เรือนไม้มีอยู่   2   ชนิด คือ เรือนเครื่องผูก เป็นเรือนไม้ไผ่  ปูด้วยฟากไม้ไผ่    หลังคามุงด้วย ใบจาก  หญ้าคา    หรือใบไม้   อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า   เรือนเครื่องสับ
เป็นไม้จริงทั้งเนื้ออ่อน และเนื้อแข็ง ตามแต่ละท้องถิ่น    หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา   พื้นและฝาเป็นไม้จริงทั้งหมด    ลักษณะเรือนไม้ของไทยในแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน        และโดยทั่วไปแล้วจะมี
ลักษณะสำคัญร่วมกันคือ   เป็นเรือนไม้ชั้นเดียว   ใต้ถุนสูง   หลังคาทรงจั่วเอียงลาดชัน
     ตำหนัก และวัง เป็นเรือนที่อยู่ของชนชั้นสูง พระราชวงศ์  หรือ ใช้เรียกที่ประทับชั้นรอง ของพระมหากษัตริย์  สำหรับพระราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัติรย์      พระที่นั่ง เป็นอาคารที่มีท้องพระโรงซึ่งมีที่ประทับสำหรับออกว่าราชการ หรือกิจการอื่น ๆ
2. สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในบิรเวณสงฆ์ ที่เรียกว่า วัด ซึ่งประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมหลายอย่าง      ได้แก่ โบสถ์ เป็นที่กระทำสังฆกรรมของพระภิกษุ    วิหารใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ และกระทำสังฆกรรมด้วยเหมือนกัน กุฎิ เป็นที่อยู่ของพระภิกษุ  สามเณร     หอไตร เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก 
และคัมภีร์สำคัญทางศาสนา
  หอระฆังและหอกลอง   เป็นที่ใช้เก็บระฆังหรือกลองเพื่อตีบอกโมงยาม หรือเรียกชุมนุมชาวบ้าน   สถูปเป็นที่ฝังสพ  เจดีย์ เป็นที่ระลึกอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนา  ซึ่งแบ่งได้ 
4
  ประเภท คือ 
     1. ธาตุเจดีย์ หมายถึง พระบรมธาตุ และเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 
     2. ธรรมเจดีย์ หมายถึง  พระธรรม   พระวินัย คำสั่งสอนทุกอย่างของพระพุทธเจ้า 
     3. บริโภคเจดีย์ หมายถึง สิ่งของเครื่องใช้ของพระพุทธเจ้า  หรือ ของพระภิกษูสงฆ์ได้แก่ เครื่องอัฐบริขารทั้งหลาย 
     4. อุเทสิกเจดีย์ หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้น     เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์พระพุทธเจ้า เช่น สถูปเจดีย์ ณ สถานที่ทรงประสูติ   ตรัสรู้   แสดงปฐมเทศนา ปรินิพพาน   และรวมถึงสัญลักษณ์อย่างอื่น เช่น พระ 
 พุทธรูป  ธรรมจักร  ต้นโพธิ์  เป็นต้น

ประวัติสถาปัตยกรรมไทย

สถาปัตยกรรมไทย หมายถึงศิลปะการก่อสร้างของไทย อันได้แก่ อาคาร บ้านเรือน โบสถ์ วิหาร วัง สถูป และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ มีลักษณะแตกต่างกันไปตามภูมิศาสตร์ และคตินิยม สถาปัตยกรรมไทย มีมานานตั้งแต่ที่คนไทยเริ่มตั้งถิ่นฐาน เป็นเวลาร่วม 4000 ปี บรรพบุรุษไทยได้พัฒนาและปรับปรุงรูปแบบสถาปัตยกรรมอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศ โดยเพิ่มเติมใส่เอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไป ซึ่งนับเป็นการแสดงออกความสามารถของบรรพบุรุษไทย สามารถแบ่งยุคได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ สถาปัตยกรรมไทยสมัยประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์

ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม

          นารถ โพธิประสาท ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม และมูลเหตุแห่งการเกิดสถาปัตยกรรมในประเทศไทย[1] ชาติไทย เป็นชาติใหญ่ชาติหนึ่งในทวีปเอเชียตะวันออกมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล เป็นชาติที่เคยมีอารยธรรม วัฒนธรรมและวีรธรรมของตัวเองอย่างสูง ประจำมาแล้วช้านาน ตามประวัติศาสตร์มีหลักฐานยืนยัยเป็นที่เชื่อถือได้แน่นอนจากบรรพบุรุษของเรา และเป็นมรดกตกทอดมาถึงคนไทยในสมัยปัจจุบันนี้ เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความรุ่งเรืองแห่งชาติที่ได้สะสมรวบรวมกันเป็นปึกแผ่นแน่นหนา เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สืบสายติดต่อมาตามลำดับนับได้หลายพันปีจนตราบเท่าทุกวันนี้ นอกจากประวัติศาสตร์ เรายังสามารถที่จะทำการตรวจสอบหลักฐานดังกล่าวได้จากวรรณคดี โบราณคดีและจากสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ ณ บัดนี้ด้วย และหลักฐานนั้นๆ จะปรากฏว่า สอดคล้องถูกต้องตรงกันเสมอ เฉพาะสถาปัตยกรรมวัตถุ (รวมทั้งโบราณสถาน) ในประเทศไทยเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ให้ความแน่นอนในการสอบสวนนี้มาก เพราะสถาปัตยวัตถุเป็นสิ่งก่อสร้างที่มั่นคงถาวรใหญ่โตยากที่จะถูกทำลายสูญหายไปได้โดยง่าย และได้ก่อสร้างไว้เป็นจำนวนมากแห่งด้วยกันจึงช่วยให้มีความกว้างขวาง ในการสันนิษฐานยิ่งขึ้นอีก ฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในเวลาเดียวกันเราจะไม่สามารถ ทราบถึงมูลเหตุแห่งกำเนิดของสถาปัตยกรรมในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีรวมไปด้วย และการค้นคว้าสอบสวนจากงานสถาปัตยกรรมไทยได้เป็นอย่างดีรวมไปด้วย และการค้นคว้าสอบสวนจากงานสถาปัตยกรรม เรายังได้พบหลักฐานอันเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ในคดีอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะรากฐานในวัฒนธรรมแห่งชาติไทย ดังนั้นสถาปัตยกรรมก็เหมือนกับวรรณกรรมหรือศิลปกรรมอื่นๆ ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ของยุคและสมัยของประเทศชาติไว้ได้โดยสมบูรณ์ เช่น ระเบียบแบบแผน ประเพณี ฯลฯ ตลอดถึงชีวิตจิตใจของประชากรชาวไทย รวมทั้งความรุงเรืองของวัฒนธรรมไทยแห่งยุคสมัยนั้นๆ ด้วย